ช่วยเด็กไทยให้ได้กินนมแม่

มนุษย์สามารถค้นคิดประดิษฐ์สิ่งแปลกใหม่ที่หลากหลายโดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้ตนเองสะดวกสบาย มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น แต่มนุษย์ก็ยังไม่เก่งมากพอที่จะคิดหาอาหารใดมาทดแทนนมแม่ได้ แม้จะพยายามจะเอานมวัวที่มีไว้สำหรับลูกวัว มาดัดแปลงเติมโน่นนี่นั่นให้คล้ายนมแม่ แล้วนำมาให้ลูกคนดื่มกิน แต่ไม่สามารถจะมาทดแทนนมแม่ได้ในหลายประการ

เราไม่สามารถไปหาซื้อนมผงทารกยี่ห้อใด ที่มีสารอาหารครบถ้วนและพอเหมาะสำหรับลูกคนเท่านมแม่ได้ แม้ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายจะโฆษณาว่าได้เติมสารอาหารสำคัญที่พบในนมแม่ลงไปก็ตาม แต่ยังเลียนแบบนมแม่ไม่ได้ เราไม่สามารถจะไปหาซื้อหัวน้ำนมหรือ Colostum อันเป็นวัคซีนหยดแรกของชีวิตมนุษย์ ตามร้านขายนมผงทารกได้ นมผงไม่สามารถจะสกัดเอาสารแห่งความรักที่มีอยู่เฉพาะในนมแม่ มาผสมในนมผงได้ นั่นเป็นเพียงตัวอย่างที่มนุษย์ยังไม่เก่งพอที่จะผลิตนมทารกทดแทนนมแม่ได้

นมแม่จึงเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก แต่ทำไมคนจำนวนหนึ่งจึงหันไปนิยมเลี้ยงลูกด้วยนมผง มีหลากหลายปัจจัยที่ทำให้เป็นเช่นนั้น อิทธิพลของการทำตลาดนมผงแบบขาดจริยธรรมของบางบริษัท ทำให้แม่ปฏิเสธที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมตนเอง ซึ่งหลายประเทศที่พัฒนาแล้ว ได้ออกกฎหมายเพื่อควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารก และเด็กเล็ก จนทำให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของประเทศนั้นๆ มีอัตราเพิ่มสูงขึ้น

ประเทศไทยเราได้ใช้ความพยายามที่จะผลักดันเรื่องนี้ให้เป็นกฏหมายมายาวนาน ถึง 36 ปี ในที่สุดเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2560 ประวัติศาสตร์การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของประเทศไทย ต้องจารึกไว้หน้าหนึ่ง เพราะรัฐบาลยุค คสช. โดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเป็นเอกฉันท์ เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็กให้มีความเหมาะสม ขอเรียกชื่อย่อๆ ว่า พ.ร.บ.นมผง

พ.ร.บ.นมผงนี้ มีหลายมาตราที่ห้ามการส่งเสริมการตลาด ที่จะนำไปสู่การเพิ่มความเสี่ยง ที่ทำให้แม่ไม่เลี้ยงลูกด้วยนมตนเอง อาทิ ห้ามแจกนมผงหรืออาหารหรือตัวอย่างอาหารแก่เด็กเล็ก รวมทั้งห้ามติดต่อหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร หรือบุคคลใดในครอบครัวที่มีทารกและเด็กเล็กไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อส่งเสริมสนับสนุน หรือแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์อาหารทารกและเด็กเล็ก และที่สำคัญกำหนดให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้จำหน่าย หรือผู้แทน อาหารทารกและเด็กเล็ก ให้ทำฉลากอาหารดังกล่าวแตกต่างกันและแตกต่างจากฉลากอาหารอื่นอย่างชัดเจน ฯลฯ

การออก พ.ร.บ.นมผงฉบับนี้ นับเป็นความกล้าหาญ และความเด็ดเดี่ยวของรัฐบาล คสช. ที่สะท้อนให้เห็นถึงความจริงจังของรัฐบาล ต่อการคุ้มครองสิทธิทารกและเด็กเล็ก ที่จะทำให้ได้รับสิทธิเข้าถึงอาหารที่ดีที่สุด ถือเป็นการวางรากฐานจุดเริ่มต้นในการลงทุนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ อันจะเกิดผลลัพธ์ที่คุ้มค่าในอนาคต เป็นส่วนสำคัญของการปูพื้นฐานจะนำพาสังคมไทยเดินทางสู่ไทยแลนด์ 4.0

ถ้าผมเป็นทารกและเด็กไทย ผมขอขอบพระคุณผู้ใหญ่ใจบุญใจงดงามทุกท่าน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการใช้ความเพียร ความอดทน ในการผลักดัน พ.ร.บ.นมผง ให้เป็นจริง โดยเฉพาะ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย สสส. และหน่วยงานอื่นๆ ที่ไม่สามารถระบุได้ครบ ที่สำคัญขอขอบคุณและยกย่อง สนช. ที่ทุกท่านได้ช่วยให้เด็กไทยได้กินนมแม่

เมื่อ พ.ร.บ.นมผงออกมาแล้ว คำถามที่ท้าทายคือ เราจะแปลงและบังคับการใช้กฎหมายสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังได้อย่างไร? คำตอบอยู่ที่คนไทยทุกคนครับ